วิ่งวัว ประเพณี หรือ ทารุณกรรม
posted on 11 Apr 2008 00:43 by lolly456
Wild animals never kill for sport.
Man is the only one to whom
the torture and death of his fellow creatures
is amusing in itself.
-- Froude
สัตว์ป่าไม่เคยฆ่าเพื่อการกีฬา
มีเพียงมนุษย์เท่านั้น
ที่หาความสนุกจากการ
ทรมานและฆ่า
เพื่อนร่วมโลกด้วยกัน
'สู้วัว-วิ่งวัว'
กีฬา, ประเพณี
หรือ ความป่าเถื่อนของอนารยชน
ในโลกยุคศตวรรษที่ ๒๑ ?
เบื้องหลังกีฬาสู้วัวอันยิ่งใหญ่
และเทศกาลวิ่งวัวอันเลื่องชื่อของเสปน
ในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี
มีเทศกาลวิ่งวัวที่โด่งดังของเมือง Pamplona ในภาคเหนือของสเปน
ปรากฏให้เห็นบ่อย ๆ ทางภาพข่าวทางโทรทัศน์
ฝูงวัวดุที่วิ่งไปตามถนน ไล่ขวิดเหล่าคนกล้าบ้าบิ่นที่วิ่งนำไปข้างหน้าอย่างท้าทาย
บางครั้งคนก็ถูกขวิดกระเด็น บางครั้งวัวก็ชนกำแพงล้มลุกคลุกคลาน
เป็นที่น่าตื่นเต้นสนุกสนานยิ่งนัก
เรามักได้ยินชื่อสมญาของประเทศสเปน
ว่าเป็นดินแดนของ "กระทิงดุ"
หรือแม้แต่ใช้เรียกชื่อทีมฟุตบอลตามข่าวกีฬา
แต่แท้จริงแล้ว วัวที่วิ่งไล่ผู้คนไปตามถนน
หรือวัวที่พุ่งเข้าขวิดมาตาดอร์อย่างน่าหวาดเสียวในสนามสู้วัวนั้น
เป็นวัวที่ดุร้าย ก้าวร้าว ร้ายกาจ จริงหรือ?
กีฬาสู้วัว ดูจะเป็นภาพที่ติดตาฝังใจ
เป็นวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร
เร้าระทึกใจด้วยเสียงโห่ร้องอันกึกก้องของผู้คนบนอัฒจันทร์
เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของสเปน
จนมักจะถูกนำมาใช้ประกอบในฉากภาพยนตร์อยู่เสมอ
ประเพณีแห่งความโหดร้าย
สัตว์น่าทึ่งผู้วิ่งไถลเปะปะไปตามท้องถนนของเมืองแปมโปลน่า (Pamplona) ในภาคเหนือของสเปน ในเทศกาล "วิ่งวัว" ประจำปีนั้น จุดหมายปลายทางของมันจะไปโผล่ที่สนามสู้วัวซึ่งท้ายสุดแล้วก็จะถูกสังหารอย่างป่าเถื่อนภายใต้สิ่งที่เรียกว่า"ประเพณี" ซึ่งว่าที่จริงการทรมานและฆ่าสัตว์ที่ไม่มีทางปกป้องตัวเองนั้น ไม่สมควรที่จะนำมาเชิดชูว่าเป็นประเพณีการเฉลิมฉลองเลย ผู้คนมักพยายามอ้างเอาคำว่าประเพณีมาปิดบังหลายสิ่งที่น่าสยดสยอง เช่นการใช้แรงงานเด็กหรือการมีทาส กระนั้นคำว่า "ประเพณี" ก็ไม่ได้ทำให้สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นสิ่งถูกต้องชอบธรรมขึ้นมาแต่อย่างไร การสู้วัวกระทิงนั้นเป็นกีฬาอันเหี้ยมโหดที่ควรจะพับเก็บไว้ในบันทึกประวัติศาสตร์เสียแต่นานมาแล้ว ไม่ว่าความเป็นมาของมันจะเป็นเช่นไรก็ตาม การสู้วัวกระทิงนั้นประกอบไปด้วย การทรมาน การทำร้าย และสังหารสัตว์เพียงเพื่อความสนุกบันเทิงใจเท่านั้นเอง
ประเพณีวิ่งวัว
พวกวัวเหล่านี้ถูกขุนเลี้ยงให้โตมาในท้องทุ่ง ไม่คุ้นเคยกับเสียงโห่ร้องอึกทึกหรือถูกห้อมล้อมด้วยฝูงคนจำนวนมาก มันจะถูกนำมาขังเตรียมไว้ในคอกที่มืดและแออัด เมื่อถูกช็อกด้วยไฟฟ้าเพื่อบังคับให้วิ่งเตลิดออกสู่ท้องถนนอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ มันจะตาพร่าไปชั่วขณะด้วยแสงจ้าของดวงอาทิตย์ จากนั้นจะถูกโห่ร้องและทุบตีด้วยม้วนหนังสือพิมพ์จากพวกนักวิ่งให้ตกใจกลัว พวกวัวจะถูกบังคับให้วิ่งไปตามเส้นทางต่าง ๆ ที่ปูด้วยหินลื่น ๆและมีหัวโค้งที่หักมุมค่อนข้างแคบ ทำให้มันขาสะดุดหรือไถลไปชนกำแพง บางครั้งกระดูกหักหรือได้รับบาดเจ็บในขณะผู้คนพากันเฮฮาวิ่งนำหน้าเพื่อโอ้อวดความกล้าและความสนุกสนานสะใจ วัวทั้งหมดที่ลื่นไถลล้มลุกคลุกคลานไปตามถนนในเมืองแพมโพลน่าเหล่านี้ท้ายที่สุดก็จะไปโผล่ที่สนามสู้วัวอันนองเลือดและพบความตายอันน่าสยดสยอง
กีฬาสู้วัว
ในแต่ละปี วัวมากกว่า 40,000 ตัวถูกสังหารอย่างโหดร้ายในสังเวียนสู้วัวของสเปน นักเที่ยวชาวต่างประเทศที่ได้มีโอกาสชมการสู้วัวส่วนใหญ่ไม่ปรารถนาที่จะได้ดูมันอีก พวกเขารู้สึกขยะแขยง รังเกียจ และเศร้าใจ ในภาพความเหี้ยมโหดที่ได้เห็น
อันที่จริงแล้ว คำว่า "การสู้วัว" นั้นเป็นการเรียกชื่อที่ผิดข้อเท็จจริงอย่างมาก เพราะมันเป็นการต่อสู้แข่งขันที่มีศักดิ์ศรีความสมน้ำสมเนื้อกันน้อยมาก ระหว่างมาตาดอร์ (ภาษาสเปนหมายถึง "นักฆ่า) ผู้กวัดแกว่งดาบอย่างคล่องแคล่วว่องไวกับวัวที่มึนงง ว้าวุ่น ถูกทำร้ายจนพิการ ถูกข่มขู่ทรมานจนเสียขวัญ และถูกทอนกำลังจนอ่อนล้าเจียนสิ้นแรงล้มลงอยู่แล้ว
ผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของเกมสู้วัวก็คืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวและผู้จัดรายการสู้วัวต่างโหมประโคมว่าการสู้วัวนั้นเป็นการต่อสู้ที่สนุกสนานและยุติธรรม แต่สิ่งที่เขาไม่เอ่ยถึงก็คือวัวนั้นไม่เคยมีโอกาสป้องกันตัวเองและยิ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะรอดชีวิตไปได้
วัวนั้นจะถูกทอนกำลังให้อ่อนล้าก่อนอย่างจงใจด้วยวิธีการหลายแบบ เช่นปล่อยกระสอบทรายหล่นทุบลงบนหลังของมัน ส่วนการใช้ยานั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดามากจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Salamanca ของสเปน พบว่า วัวสำหรับใช้ในการสู้วัวจำนวน 20 เปอร์เซนต์ถูกวางยาก่อนที่จะถูกปล่อยลงสนาม ในการสุ่มตัวอย่างวัว 200 ตัว พบว่าหนึ่งในห้าของจำนวนนี้มีการทายาแก้อักเสบเพื่อช่วยปกปิดบาดแผลต่าง ๆ ที่เกิดจากการทอนกำลังของมันก่อนหน้านี้
อีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันโดยปกติคือการ "เล็ม" เขาของวัวโดยการเลื่อยปลายเขาของมันออก 2-3 นิ้ว เขาของวัวก็เช่นเดียวกับหนวดของแมว มันใช้เป็นเครื่องนำทาง การถูกเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจะทำให้การทำงานของมันเสียศูนย์ไป การตัดเขานั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้นบางครั้งหลังจบการต่อสู้จะมีการตรวจสอบโดยสัตวแพทย์ แต่ในปี 2540 สมาพันธ์นักสู้วัวอาชีพของสเปนรวมทั้งมาตาดอร์ 230 คน ประท้วงต่อต้านมาตรการตรวจสอบของสัตวแพทย์ดังกล่าว
ขั้นตอนของการสู้วัวโดยทั่วไปนั้น ทันทีที่วัวหลุดเข้ามาสู่สนาม มันก็จะถูกห้อมล้อมจู่โจมด้วยเหล่าปิคาดอร์ (picadors - พวกคนที่ขี่ม้าซึ่งถูกปิดตาเอาไว้ คอยวนเวียนใช้ปฏักทิ่มไปที่หลังและกล้ามเนื้อคอของวัว) การทำเช่นนี้จะตัดกำลังไม่ให้วัวยกหัวของมันขึ้นได้ พวกเขาจะบิดปลายปฏักและแทงเซาะเปิดแผลพื่อให้วัวเสียเลือดให้มากที่สุด จากนั้นพวกบันเดอริลโรที่เดินเท้าจะเข้ายั่วยุหลอกล่อและคอยใช้ท่อนฉมวกสีสันสดใสทิ่มแทงไปบนหลังวัวขณะที่มันไล่ขวิดไปรอบ ๆ เมื่อวัวเริ่มอ่อนแรงลงเพราะเสียเลือดไปมาก พวกบันเดอริลโรก็จะล่อให้วัววิ่งวนหลาย ๆ รอบจนมันเวียนหัวและหยุดไล่ ท้ายที่สุด มาตาดอร์ก็จะปรากฏกายขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือโห่ร้อง และหลังจากยั่วให้วัวซึ่งอ่อนแรงใกล้ตายอยู่แล้วพุ่งเข้าใส่ครั้งสองครั้งเขาก็จะพยายามสังหารวัวให้ตายด้วยดาบ แต่ถ้าเขาแทงพลาด ทำได้เพียงทำให้วัวบาดเจ็บเพิ่มขึ้น เพชฌฆาตหรือมือสังหารก็จะถูกเรียกเข้ามาจัดการสัตว์เคราะห์ร้ายที่สิ้นแรงยอมจำนนนั้นให้ตาย โดยใบกริชสังหารจะต้องแทงตัดผ่านสันหลังของวัวทีเดียว แต่กระนั้นก็อาจเกิดการผิดพลาดขึ้นได้ วัวอาจจะเป็นแค่อัมพาตแต่ยังมีความรู้สึกตัวอยู่ขณะที่เขาของมันถูกผูกด้วยโซ่และถูกลากออกไปจากสนาม
ถ้าการแสดงของมาตาดอร์ได้รับความชื่นชมสนุกสนานจากฝูงชนมาก เขาก็จะได้รับหูและหางของวัวที่ถูกตัดเฉือนสด ๆ ทั้งที่วัวยังไม่ตายให้เป็นรางวัล แล้วหลังจากนั้นไม่กี่นาทีต่อมา วัวตัวใหม่ก็ถูกปล่อยเข้าสู่สนาม และวงจรอันน่าสลดใจก็จะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่งวนเวียนกันไปเช่นนี้
มันเป็นเรื่องของความขี้ขลาดโดยแท้ มาตาดอร์มีโอกาสเลือกในการไปอยู่ที่นั่น
แต่วัวนั้นไม่ได้เลือก และไม่มีทางเลือก และคงไม่อยากที่จะเลือก จากวินาทีที่มันโผล่ออกมาจากซองขังมืด ๆ แคบ ๆ เข้ามาสู่สนาม วัวไม่มีโอกาสใด ๆ เลยที่จะเป็นผู้ชนะ มันอาจอ่อนล้าหมดกำลังเพราะถูกทุบด้วยกระสอบทราย กล้ามเนื้อที่คอถูกตัดเพื่อป้องกันไม่ให้มันยกหัวขึ้นได้ ถูกทำให้อ่อนแรงด้วยยาถ่ายท้อง ถูกตัดเขา หรือถูกโปะตาด้วยวาสลินเพื่อให้การกะระยะของสายตาผิดเพี้ยนไป นี่คือการต่อสู้ที่งดงาม ยุติธรรม สมศักดิ์ศรีจริงหรือ?
ปัจจุบันการต่อต้านกีฬาสู้วัว ได้รับการสนับสนุนทั้งในสเปนและที่อื่น ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ ในเดือนเมษายน 2547 สภาเมืองบาร์เซโลน่าประกาศให้บาร์เซโลน่าเป็นเมืองต่อต้านการสู้วัวเพื่อพยายามที่จะนำไปสู่กฎหมายห้ามไม่ให้มีกีฬาเลือดอันป่าเถื่อนนี้อย่างเด็ดขาดในที่สุด ต่อมาเทศบาลในแคว้นคาตาลันอีก 38 แห่งได้ปฏิบัติตาม และรัฐสภาคาตาโลเนียนได้อภิปรายเพื่อขยายขอบเขตอำนาจกฏหมายห้ามทารุณสัตว์ที่มีอยู่แล้วให้ครอบคลุมถึงกีฬาสู้วัวด้วย จากข้อมูลการสำรวจประชามติในเดือนตุลาคม 2549 ชาวสเปนถึง 72 เปอร์เซนต์ไม่ได้สนใจในกีฬาสู้วัวเลย ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจาก 54 เปอร์เซนต์ในช่วงทศวรรษที่ 80 ถ้าสเปนอยากเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและเป็นประเทศที่ยกระดับขึ้น ก็ควรที่จะทำตัวให้ทันยุคและหยุดการฆ่าฟันสัตว์เพื่อความบันเทิงนี้เสีย
พวกสัตว์นั้นซื่อบริสุทธิ์
มันไม่คิดล้างผลาญโลก
มันไม่ได้เกลียดชังหรือคิดทำลายสายพันธุ์อื่น
มันไม่ได้โลภยึดครองเอาทรัพยากรมากไปกว่าเท่าที่จำเป็น
มันไม่ได้ทำอันตรายต่อภาวะการอยู่รอดของมันเอง
Jim Willis, On Learning From Animals
credit - http://sailomteepanmaa.exteen.com/20080407/entry
- http://www.olddreamz.com/puzzle/bulllfight.html (อันนี้มีเยอะเลย)
เศร้าอ่ะ ... วิ่งอย่างเดียวได้แมะ ทำไมต้องทรมานแบบนี้ พวกเขาก็มีชีวิตจิตใจนะ เมื่อไหร่คนถึงจะคิดว่าสัตว์บนโลกใบนี้ก็เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนเราทั้งหลาย คนต่างหากที่ทำให้โลกเลวร้าย ประเพณีบาปแบบนั้น ไม่ช่วยทำให้คนสูงขึ้นหรอก



























#1 By 『才鬼-サイキ-』 on 2008-04-11 01:26